รถ

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับรถ

Hey there! Thanks for dropping by Theme Preview! Take a look around
and grab the RSS feed to stay updated. See you around!

Posts Tagged ‘ข้อมูลศิลปะ’

                ข้อมูลศิลปะที่สวยงามที่ได้ออกมาจากฝีแปลงของศิลปินที่สร้างสรรค์ออกมาเอย่างสวยงามนั้น มีมากมายหลายชิ้น และหนึ่งในศิลปินที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นศิลปินผู้ที่ร้างสรรค์งานศิลปะที่สวยงามออกมามากมาย นั้นก็คือศิลปินที่มีชื่อว่า อันเจลิคา คอฟมันน์

อันเจลิคา คอฟมันน์  เป็นศิลปินลูกครึ่งชาวสวิส ออสเตรียในคริสต์ศตวรรษที่ 18 อันเจลิคา คอฟมันน์ ผู้ที่เกิดที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์แต่ได้ไปเติบโตที่ประเทศออสเตรียเป็นบุตรของโยเซฟ โยฮันน์ คอฟมันน์ซึ่งเป็นครอบครับที่ฐานนะไม่ดี แต่เป็นศิลปินที่มีความชำนาญงานแต่ต้องเดินทางไปตามที่ได้รับการว่าจ้างเขียน และเป็นผู้ประสบความสำเร็จในการสอนบุตรให้เป็นศิลปิน อันเจลิคามีพรสวรรค์ในการพูดภาษาอื่นๆได้หลายภาษาแบบมารดาเคลโอเฟีย ลุทซ์ และยังเป็นนักอ่าน นักดนตรีที่มีความสามารถ แต่ความสามารถของอันโดดเด่นของ เจลิคา อยู่ที่การเขียนภาพ และได้เริ่มมีชื่อเสียงตั้งแต่ยังมีอายุยังน้อย โดยมีนักบวชและผู้มีตระกูลเป็นแบบให้

ในปีราวๆ ค.ศ. 1754 โยเซฟ โยฮันน์ก็พาอันเจลิคาไปที่มิลาน และเดินทางในอิตาลีอยู่เป็นเวลานาน ในปี ค.ศ. 1763 อันเจลิคาเดินทางไปที่กรุงโรม และกลับไปอีกครั้งในปี ค.ศ. 1764 จากกรุงโรมก็ไปยังโบโลญญา และ เวนิส และได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีในฐานะผู้ที่มีความสามารถในการสร้างสรรค์งานศิลปะ

เมื่อโยฮันน์ โยฮาคิม วิงเคิลมันน์เขียนจดหมายถึงเพื่อนในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 1764 ก็ได้กล่าวถึงความเป็นที่นิยมของอันเจลิคา ผู้ขณะนั้เขียนภาพเหมือนครึ่งตัวของวิงเคิลมันน์เอง วิงเคิลมันน์กล่าวว่าอันเจลิคาพูดได้ทั้งภาษาอิตาลีและเยอรมัน และยังพูดภาษาฝรั่งเศสและอังกฤษได้ด้วย ซึ่งทำให้ได้รับงานเขียนภาพเหมือนของชาวอังกฤษที่มาเที่ยวกรุงโรม

ขอบคุณข้อมูลจาก th.wikipedia.org

 


                 จาคอป จอร์แดงส์ ศิลปินชาวเนเธอร์แลนด์ ผู้มีความเชี่ยวชาญทางการสร้างงานข้อมูลศิลปะที่เกี่ยวข้องกับ ประวัติศาสตร์ คริสต์ศาสนา ภาพเหมือนและการออกแบบแขวนผนัง จาคอป จอร์แดงส์ ปีเตอร์ พอล รูเบนส์ และแอนโทนี แวน ไดค์ เป็นศิลปินสามคนที่สามารถสร้างความรุ่งเรืองให้แก่ตระกูลการเขียนภาพศิลปะแบบอันท์เวิร์พ จอร์แดงส์ เป็นศิลปินในหมู่น้อยที่ไม่มีโอกาสเดินทางไปต่างประเทศเพื่อศึกษาการเขียนภาพศิลปะแบบอิตาลี

ซึ่งเส้นทางการเป็นศิลปินของ จอร์แดงส์ ได้มาจากการเดินทางไปเป็นระยะเวลาสั้นๆ ภายในกลุ่มประเทศต่ำแล้ว จอร์แดงส์ ก็ได้อยู่แต่ในอันท์เวิร์พจนตลอดชีวิต แต่นั้นไม่ได้เป็นอุปสรรคของการก้าวขึ้นมาเป็นศิลปินผู้มีชื่อเสียงของศิลปินผู้นี้เลย

นอกจากจะเป็นศิลปินที่ประสบความสำเร็จเป็นอันมากแล้ว จอร์แดงส์ ก็ยังเป็นศิลปินผู้ออกแบบพรมทอแขวนผนังผู้มีชื่อเสียงอีกด้วย เช่นเดียวกับรูเบนส์ งานเขียนของ จอร์แดงส์ จะเป็นฉากแท่นบูชา ตำนานเทพ และอุปมานิทัศน์ และหลังจากที่ รูเบนส์ ได้เสียชีวิตในปี ค.ศ.1640 จอร์แดงส์ ก็กลายมาเป็นศิลปินคนสำคัญที่สุดในอันท์เวิร์พ งานชิ้นที่เป็นที่รู้จักกันดีในปัจจุบันเป็นงานศิลปะภาพชีวิตประจำวันขนาดใหญ่ในศิลปะภาพ กษัตริย์เสวยน้ำจันฑ์ และศิลปะภาพ ผู้ใหญ่ร้องเพลง เด็กร้องตาม ผู้มีอิทธิพลต่องานเขียนของ จอร์แดงส์ ในทางศิลปะนอกจากจะเป็น รูเบนส์ แล้วก็เป็นศิลปินทางเหนือของอิตาลีเช่นจาโคโป บาสซาโน เพาโล เวโรเนเซ และคาราวัจโจ

นับว่าเป็นศิลปินที่ประสบความสำเร็จมากคนหนึ่งของยุค และได้สร้างสรรค์งานศิลปะที่สวยงามเอาไว้มากมาย ด้วยความเป็นศิลปินอย่างแท้จริง นั้นทำให้งานศิลปะของ จาคอป จอร์แดงส์ นั้นได้รับการยอมรับว่าเป็นงานศิลปะที่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองมาก ด้วยเทคนิคมากมายที่ตัวศิลปินอย่าง จาคอป จอร์แดงส์ ได้คิดค้นและสร้างสรรค์ออกมา ทำให้ศิลปินผู้นี้ได้รับการยอมรับเป็นวงกว้าง

ขอบคุฯข้อมูลจาก th.wikipedia.org

 


               ข้อมูลศิลปะที่ก่อเกิดมานับตั้งแต่สมัยโบราณนั้น สามารถที่จะแบ่งแยกออกได้หลากหลายประเภท และสามารถแตกแขนงไปเป็นงานศิลปะที่สวยงามได้มากมาย ทั้งนี้ทั้งนั้นย่อมขึ้นอยู่กับตัวศิลปินที่เป็นผู้ที่สร้างสรรค์วานศิลปะนั้นๆออกมา และหนึ่งในยุครุ่งเรืองนั้นก็คือยุคที่เรียกกันว่า บาโรก

ซึ่ง บาโรก เป็นสมัยหนึ่งของศิลปะตะวันตกซึ่งเริ่มประมาณต้นคริสต์ศตวรรษที่ 17 ที่กรุงโรม ประเทศอิตาลี บาโรกจะเน้นความเป็นนาฏกรรม ศิลปะจะแสดงความขัดแย้ง และความหรูหรา โอ่อ่า บาโรกเป็นลักษณะของ ประติมากรรม จิตรกรรม วรรณกรรม นาฏศิลป์ และดนตรี ถ้ากล่าวถึงดนตรีแบบบารอกก็จะหมายถึงสมัยสุดท้ายของเคาน์เตอร์พ็อยต์ ที่กล่าวถึงความสัมพันธ์ของการเล่นระหว่างเสียงหรือเครื่องดนตรีมากกว่าสองชนิด

ยุคบาโรก รุ่งเรืองขึ้นมาด้วยการสนับสนุนจากคริสตจักรโรมันคาทอลิก ระหว่างการประชุมสภาสังคายนาแห่งเทรนต์ เมื่อปี ค.ศ. 1545-1563 ประเด็นหนึ่งที่มีการถกเถียงกันที่นั่นก็คือเรื่องความหมายและความสัมพันธ์ระหว่างศิลปะและศาสนา ทางที่ประชุมตกลงกันว่าศิลปะควรจะสิ่งที่สื่อสารเรื่องศาสนาโดยใช้วิธีจูงใจและสะเทือนอารมณ์ผู้ดูโดยตรง ในขณะเดียวกันอภิชน สมัยนั้นก็เห็นว่าแบบบารอกเป็นศิลปะที่สร้างความประทับใจให้กับผู้ดู เป็นศิลปะที่แสดงความถึงความมีอำนาจของเจ้าของ วังแบบบาโรกจะสร้างต่อเนี่องกัน จากห้องพักรอ ถึงบันไดใหญ่  ไปจนถึงห้องรับรองใหญ่ แต่ละตอนก็เพิ่มความโอ่อ่าขึ้นตามลำดับ รายละเอียดตกแต่งหรูหราและอลังการเช่นนี้เป็นลักษณะของศิลปะสมัยนี้ ลักษณะเช่นนี้ครอบคลุมศิลปะทุกแขนง

ดังนั้นจึงเป็นยุคที่งานศิลปะแขนงนี้รุ่งเรืองมาก จะศิลปินในยุคนั้นได้รับการยกย่องว่าเป็นศิลปะชั้นครูเลยที่เดียว ซึ่งงานศิลปะในยุคนั้นเป็นงานศิลปะที่มีหลากหลายรูปแบบ แต่ต้องขึ้นอยู่กับศิลปินที่สร้างงานศิลปะขึ้นมาว่าต้องการที่จะสร้างสรรค์งานศิลปะไปในทิศทางใด จนมาถึงในยุคปัจจุบันนี้ก็ยังคงเป็นเล่นนั้น

ขอบคุณข้อมูลจาก th.wikipedia.org

 

               ในยุคสมัยปัจจุบันนั้นได้เกิดงานข้อมูลศิลปะแนวใหม่ๆเกินขึ้นมาอย่างมากมาย ซึ่งก็ล้วนแล้วแต่เป็นงานศิลปะที่สวยงามแทบทั้งสิ้น และเหล่าศิลปินที่ได้สร้างสรรค์งานศิลปะก็ได้คิดกลวิธีใหม่ๆขึ้นมาเพื่อที่จะสร้างสรรค์งานศิลปะออกมาให้สวยงามที่สุด และหนึ่งในแนวทางศิลปะที่สวยงามในชื่อที่รู้จักกันในวงการศิลปะนั้นก็คือ ศิลปะคนนอก ซึ่งเป็นศิลปะที่คิดขึ้นโดยศิลปินฝรั่งเศส ฌอง ดูบูฟเฟต์ ในการบรรยายศิลปะที่สร้างนอกกรอบของวัฒนธรรมที่เป็นทางการโดยทั่วไป ดูบูฟเฟต์เน้นโดยเฉพาะศิลปะที่สร้างโดยคนไข้ในโรงพยาบาลโรคจิต

ขณะที่คำที่ใช้โดย ดูบูฟเฟต์ มีความหมายค่อนข้างเฉพาะเจาะจง แต่คำว่า ศิลปะคนนอก เป็นคำที่มีความหมายกว้างกว่า และรวมงานศิลปะที่ถูกสร้างสรรค์โดยผู้ที่ศึกษาศิลปะมาด้วยตนเอง หรือผู้สร้างงานศิลปะแบบอย่างที่นิยมเรียกกันว่า ศิลปะไร้มายา โดยทั่วไปแล้วศิลปินคนนอกแทบจะไม่มีหรือไม่มีการติดต่อกับโลกศิลปะหรือสถาบันศิลปะ และในหลายกรณีงานศิลปะของศิลปินเหล่านี้มาพบเองเมื่อตัวศิลปินเสียชีวิตไปแล้ว ส่วนใหญ่แล้วศิลปะคนนอกจะเป็นศิลปะที่แสดงถึงความกดดันทางจิตใจอย่างสูงความคิดที่นอกแนว หรือเป็นโลกของแฟนตาซีอันซับซ้อน

ศิลปะคนนอก นั้นได้เริ่มเป็นประเภทของศิลปะที่ประสบความสำเร็จในตลาด ถึงกับมีงานแสดงประจำปีเช่นงานแสดงประจำปีของศิลปะคนนอกที่จัดขึ้นที่นิวยอร์กมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1992 คำนี้บางครั้งก็นำมาใช้เพื่อการตลาดที่หมายถึงศิลปะที่สร้างขึ้นโดยผู้ที่ไม่ได้อยู่ในวงการศิลปะไม่ว่าจะเป็นลักษณะใดหรือเนื้อหาใด นับได้ว่าเป็นงานศิลปะที่สวยงามและเป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลาย เนื่องจากงานศิลปะแขนงนี้นั้นได้ถูกนำเอาไปจัดแสดงตามงานนิทัศการที่เกี่ยวข้องกับศิลปะมากมาย นั้นเป็นเหตุผลที่ทำให้งานศิลปะแขนงนี้แพร่หลายไปได้ทั่วโลกอย่างลวดเร็ว

ขอบคุณข้อมูลจาก th.wikipedia.org

 


                 ข้อมูลศิลปะที่ถูกสร้างสรรค์ออกมาจากตัวศิลปิน นั้นเป็นงานศิลปะที่บ่งบอกได้ถึงตัวตนของศิลปินคนนั้นๆได้อย่างชัดเจน และงานศิลปะที่ยังสามารถที่จะเป็นงานที่บ่งบอกถึงความเป็นมาทางด้านประวัติศาสตร์ได้เช่นกัน ด้วยลักษณะอันเป็นเอกลักษณ์ของงานศิลปะนั้นๆ และหนึ่งในงานศิลปะที่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองอย่างชัดเจน นั้นก็คืองานศิลปะที่เรียกง่ายๆว่า “ลายอาหรับ” นั้นเอง

ซึ่งงานศิลปะ ลายอาหรับ หรือ ลายอะราเบสก์คือลวดลายตกแต่งที่มีลักษณะเป็นลวดลายเรขาคณิต หรือลวดลายวิจิตรที่ทำซ้ำซ้อนเรียงกันเป็นแนวที่มักจะเลียนแบบพรรณไม้หรือสัตว์ ลายอาหรับ หรือ Arabesques ตามชื่อแล้วคือลักษณะลวดลายของศิลปะอิสลามที่พบในการตกแต่งผนังมัสยิด ลวดลายที่เป็นทรงเรขาคณิตเป็นลวดลายที่เลือกใช้จากพื้นฐานทัศนของอิสลามที่มีต่อโลก สำหรับชาวมุสลิมแล้วลวดลายทรงการตกแต่งดังว่าเป็นลวดลายที่ต่อเนื่องเลยไปจากโลกที่เราอยู่ หรือเป็นลวดลายที่เป็นสัญลักษณ์ของความไม่สิ้นสุด ฉะนั้นศิลปินอาหรับจึงสื่อความหมายของจิตวิญญาณโดยไม่ใช้ไอคอนเช่นที่ใช้ในศิลปะของคริสต์ศาสนาถ้ามีลวดลายที่ผิดไปก็อาจจะเป็นการจงใจทำของศิลปินเพื่อที่จะแสดงถึงความถ่อมตัวของศิลปินผู้ที่มีความเชื่อว่าอัลลอฮ์เท่านั้น ที่จะทรงเป็นผู้ที่สามารถสร้างความสมบูรณ์แบบได้ แต่สมมุติฐานนี้ก็ยังเป็นเรื่องที่ถกเถียงกันอยู่

นับว่าเป็นงานศิลปะที่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง อย่างชัดเจนที่เกิดจากศิลปินที่ได้สร้างสรรค์ออกมาได้อย่างสวยงาม เป็นงานศิลปะที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นงานศิลป์ชั้นสูงเลยทีเดียว ด้วยลายที่สวยงามอ่อนไหวราวกับว่าเป็น ภาพจริงที่สามารถเคลื่อนไหวได้ เป็นงานศิลปะที่คู่ควรแก่การเก็บรักษาเอาไว้ให้แก่ศิลปินรุ่นหลังๆได้ศึกษาถึงเรื่องราวความเป็นมาของประวัติศาสตร์ของประเทศที่ได้ถูกเก็บรักษาเอาไว้ในรูปแบบของผลงานทางด้านศิลปะลายอาหรับนี้

ขอบคุณข้อมูลจาก th.wikipedia.org

                ข้อมูลศิลปะที่ถูกสร้างสรรค์เมื่อราวๆปี ค.ศ. 1654 ที่เป็นงานศิลปะของศิลปินฝีมือดีนามว่า เจอราร์ด เทอร์บอร์ค ศิลปินผู้ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นศิลปินผู้ที่สามารถสร้างสรรค์งานศิลปะออกมาได้อย่างสวยงาม ลายเส้นพลิ้วไหว และมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง ซึ่งลานศิลปะที่ศิลปิน เทอร์บอร์ค นั้นได้สร้างสรรค์ออกมามีมากมายที่ล้วนแล้วแต่เป็นงานศิลปะที่มีเอกลักษณ์และความสวยงามหนึ่งในงานศิลปะของ เทอร์บอร์ค ที่ผู้คนต่างก็ให้การยอมรับนั้นคืองานศิลปะสีน้ำมันที่ชื่อว่า การเจรจา ที่สวยงามนั้นเอง

เจอราร์ด เทอร์บอร์ค เขียนภาพ การเจรจา ราว ค.ศ. 1654 ชื่อภาพตั้งในคริสต์ศตวรรษที่ 18 ในงานพิมพ์ในฝรั่งเศส เพราะเชื่อว่าเป็นภาพของพ่อที่กำลังดุลูกสาว แต่นักประวัติศาสตร์ศิลป์สมัยใหม่มีความเห็นว่าเป็นภาพการต่อรองระหว่างคู่รักสองคน ที่อาจจะเกี่ยวกับการหมั้นหมาย หรือ ที่น่าจะมีเหตุผลที่สุดคือเป็นภาพของลูกค้าต่อรองกับโสเภณีในสถานที่สำหรับทำการค้าประเวณี ซึ่งเนื้อหาของภาพเป็นชายที่กำลังเจรจากับหญิงสาว ผู้ที่แต่งตัวอย่างงดงามด้วยผ้าซาตินสีเงินที่จุดที่ดึงดูดสายตาของผู้ชมภาพทันทีที่ได้เห็น ขณะที่ชายผู้ต่อรองแต่งตัวด้วยเครื่องแบบทหารถือหมวกอย่างดีไว้บนตัก ข้างชายเป็นหญิงสูงอายุผู้กำลังดื่มไวน์ และดูเหมือนจะไม่มีความสนใจในการเจรจาที่เกิดขึ้น ทางซ้ายของสตรีที่ยืนอยู่เป็นโต๊ะที่มีเทียนไขที่จุดอยู่ กระจก ตลับแป้ง หวี และ ริบบิน ด้านหลังเก้าอี้ของฝ่ายชายมีหมามอมแมม และในฉากหลังมีเตียงใหญ่

เรียกได้ว่าเป็นผลงานทางด้านศิลปะที่สวยงาน และยังเป็นงานที่ออกมาจากฝีแปรงของศิลปินผู้ที่สร้างสรรค์งานศิลปะออกมาได้อย่างสวยงาม โดยตลอดทั้งปีได้มีผู้คนเดินทางมาเพื่อที่จะได้ยลโฉมงานศิลปะที่สวยงามนี้มากมาย และต้องหารที่จะมาค้นหาความหมายว่างานศิลปะชิ้นนี้ เทอร์บอร์ค ต้องการที่จะสื่ออะไรออกมา ซึ่งในปัจจุบันตั้งแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์แห่งชาติแห่งอัมสเตอร์ดัมในประเทศเนเธอร์แลนด์

ขอบคุณข้อมูลจาก th.wikipedia.org

 


 

                  ข้อมูลศิลปะภาพเขียนสีนำมันนั้นเป็นงานศิลปะที่ได้รับความนิยมมากจากเหล่าศิลปินที่ชื่อชอบในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ โดยงานศิลปะที่ได้วาดขึ้นมานั้นล้วนแล้วแต่เป็นงานศิลปะที่งดงาม และหากเป็นงานศิลปะที่ถูกสร้างสรรค์มาจากฝีมือของศิลปินที่ได้รับความนิยมด้วยแล้ว ยิ่งทำให้งานศิลปะชิ้นนั้นๆเป็นที่ต้องการของเหล่านักสะสมผลงานศิลปะที่ต้องการที่จะเก็บงานศิลปะเหล่านั้นไว้เพื่อชื่อชมความงดงาม และหนึ่งในภาพที่นักสะสมงานศิลปะต้องการที่จะมีไว้เป็นเจ้าของ นั้นก็คืองานศิลปะสีน้ำมันที่ชื่อว่า สตรีกับเหยือกน้ำ

สตรีกับเหยือกน้ำ นั้นเป็นภาพเขียนสีน้ำมันที่เขียนโดยโยฮันส์ เวร์เมร์ ศิลปินชาวเนเธอร์แลนด์ของยุคทองของเนเธอร์แลนด์ ที่ปัจจุบันตั้งแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโพลิทันในนครนิวยอร์กในประเทศเนเธอร์แลนด์ งานศิลปะภาพ สตรีกับเหยือกน้ำ ที่เขียนระหว่างปี ค.ศ. 1660 ถึงปี ค.ศ. 1662 เป็นภาพเป็นภาพที่อยู่ในกลุ่มที่เขียนในตอนต้นของคริสต์ศตวรรษ 1660 ที่จิตรกรหันเหจากการเน้นการวาดตามหลักทัศนมิติ และ เรขาคณิต เวร์เมร์เองก็ดูเหมือนจะหันไปวางองค์ประกอบที่ง่ายขึ้นที่จะมีตัวแบบเพียงตัวเดียวในภาพ และเน้นการใช้แสง นับว่าเป็นงานศิลปะที่สวยงามและเป็นที่ได้รับความนิยมมากชิ้นหนึ่งของพิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโพลิทัน ที่ผู้คนเดินทางมาเยี่ยมชมมากมายจากทั่วทุกมุมโลก ซึ่งเป็นงานศิลปะที่ได้รับการยอมรับในเรื่องการลงสี ที่ศิลปินสามารถทำได้อย่างสวยงามเป็นธรรมชาติสวยงามตามแบบฉบับของตัวศิลปินเองซึ่งมีศิลปินน้อยคนในยุคนั้นที่จะสามารถงานศิลปะที่สวยงามออกมาได้เช่นนี้ โดยเป็นเทคนิคการลงสีที่ศิลปินรุ่นหลังๆได้นำเอามาศึกษาหาเคล็ดลับว่าศิลปินอย่างโยฮันส์ เวร์เมร์ สามารถสร้างงานศิลปะที่สวยงามแบบนี้ออกมาได้อย่างไร

ขอบคุณข้อมูลจาก th.wikipedia.org