รถ

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับรถ

Hey there! Thanks for dropping by Theme Preview! Take a look around
and grab the RSS feed to stay updated. See you around!

Posts Tagged ‘ศิลปะ’

ลักษณะของเด็กที่มีพรสวรรค์ทางศิลปะ

สำหรับวัยเด็กนั้นเป็นวัยที่อยู่ในช่วงการอยากรู้อยากเห็นซึ่งเป็นวัยที่มีความอ่อนไหวทางด้านจิตใจและอารมณ์ ซึ่งผู้ใหญ่จะต้องดูแลเด็กที่อยู่ในวัยนี้อย่างใกล้ชิด เราอาจจะสังเกตว่าลูกของเรามีพฤติกรรมชอบทำในด้านไหนหรือว่าเขามีพรสวรรค์ในด้านใดเพื่อที่เราจะได้สนับสุนความคิดและพรสวรรค์ของเขาอย่างเต็มที่

สำหรับพรสวรรค์หรือคำว่าอัจฉริยะนั้นใช่ว่าจะเกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่จะมีติดตัวสำหรับบางคนเท่านั้นซึ่งกามีพรสวรรค์ในด้านใดด้านหนึ่งจะทำให้เด็กคนนั้นเก่งและทำอะไรก็จะเรียนรู้ได้ไวกว่าเพื่อน สำหรับเด็กที่มีพรสวรรค์ทางด้านศิลปะนั้นเราจะสังเกตได้จากการเริ่มต้นในการวาดภาพหรือการสร้างสรรค์ผลงานที่เกี่ยวข้องกับศิลปะซึ่งเด็กเหล่านี้จะเรียนรู้ด้านศิลปะได้ไว สำหรับเด็กที่มีพรสวรรค์ทางศิลปะ มักมีข้อแตกต่างจากเด็กปกติ ดังนี้

- เด็กที่มีพรสวรรค์ทางศิลปะมีความสามารถในการสังเกต รายละเอียดของสิ่งที่จะนำมาถ่ายทอดลงภายในได้ดีกว่าเด็กปกติ

- เด็กที่มีพรสวรรค์ทางศิลปะมักจะนำเอาลีลาการเคลื่อนไหวของสิ่งต่าง ๆ ถ่ายทอดลงในภาพ

- แม้ว่าทุกคนจะมีจินตนาการ แต่จินตนาการของเด็กที่มีพรสวรรค์จะมีมากกว่าปกติ เช่นการวาดรูปที่มีความสวยงามอ่อนไหว กับการวาดรูปแบบดูแข็งทื่อ

- เด็กทั่วไป มักมีข้อจำกัดในการวาดภาพ แต่เด็กที่มีพรสวรรค์ทางศิลปะนั้นจะสามารถถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิดลงในภาพได้ตามต้องการ

- เด็กที่มีพรสวรรค์ทางศิลปะไม่จำเป็นต้องเก่งเป็นเลิศในวิชาอื่น เขาอาจวาดรูปที่เขาสนใจได้ดีเยี่ยม เหมือนผู้ใหญ่มือ

- เด็กทุกคนจะมีการลอกเลียนแบบโดยเฉพาะในการวาดภาพ เด็กที่มีพรสวรรค์ทางศิลปะก็เช่นกัน หากแต่จะมีช่วงเวลาของการเลียนแบบเพียงระยะหนึ่ง หลังจากนั้นเขาจะแสดงฝีมือตามแนวของเขาเอง  (ข้อมูลศิลปะ)

ขอบคุณข้อมูลที่ดีจาก baanwadfun.ac.th

จุลจิตรกรรมในเอกสารตัวเขียนสีวิจิตร

คำว่า จุล มีความหมายถึง สิ่งที่มีลักษณะเล็กๆ ซึ่งเมื่อนำมารวมกับคำว่าจิตรกรรม ก็จะมีความหมายในลักษณะที่ว่า งานจิตรกรรมที่มีขนาดเป็นรูปร่างเล็กๆ ซึ่งสำหรับจุลจิตรกรรมนั้น ได้มีการนำมาใช้ในด้านงานศิลปะมากมายเช่น การวาดภาพเหมือนที่เป็นจุลจิตรกรรมภาพเหมือน หรือจะเป็นงานจุลจิตรกรรมในหนังสือต่างๆ ซึ่งวันนี้เรามีข้อมูลของ จุลจิตรกรรมสำหรับหนังสือวิจิตร มาแนะนำให้สำหรับชาวศิลป์ที่สนใจในด้านศิลปะได้รู้ข้อมูลกัน เผื่อว่าจะเป็นประโยชน์ต่อการในไปใช้ในการออกแบบผลงานศิลปะของตัวคุณเองได้

สำหรับจุลจิตรกรรมสำหรับหนังสือวิจิตร คือหนังสือที่มีการเขียนขึ้นที่เป็นลักษณะของหนังสือวิจิตรโบราณที่มีการเขียนขึ้นในช่วงยุคหินกลาง ซึ่งมีการตกแต่งลวดลายต่างๆลงบนปกหนังสือเพื่อให้หนังสือมีสีสันต์และลวดลายที่สวยงามและน่าอ่าน ซึ่งแนวคิดในการเขียนหนังสื้อจุลจิตรกรรมใรนหนังสือวิจิตรนี้ ได้นำองค์ประกอบของการวาดภาพแบบจุลจิตกรรมภาพเหมือนมาประยุกต์ใช้กับหนังสือวิจิตร เพื่อให้หนังสือมีความน่าสนใจขึ้นนั่นเอง สำหรับจุลจิตรกรรมสำหรับหนังสือวิจิตร เป็นสิ่งที่ได้รับความสนใจมากในตะวันตก และไบแซนไทน์ ซึ่งนอกจากทางตะวันออกที่ได่รับความนิยมในงานจุลจิตรกรรมสำหรับหนังสือวิจิตรแล้ว แถบทางตะวันออกอย่างแถวบ้านเราก็มีการนำจุลจิตรกรรมสำหรับหนังสือวิจิตร มาช่วยในการออกแบบและสร้างสรรค์หนังสือโดยมีการปรับปรุงเนื้อหาให้แตกต่างจากตะวันตกและนำเอาศิลปะและวัฒนธรรมของตะวันออกใส่ลงไปแทน ซึ่งจุลจิตรกรรมสำหรับหนังสือวิจิตร ทางตะวันออกของเราที่มีชื่อเสียงก็คือ  จุลจิตรกรรมเปอร์เซีย และ จุลจิตรกรรมโมกุล จุลจิตรกรรมออตโตมัน และ จุลจิตรกรรมอินเดีย ที่มีการนำเอาวัฒนธรรมของตะวันออกใส่ลงไปนั่นเองเรียกได้ว่าเป็นการนำองค์ประกอบในด้านศิลปะมาประยุกต์ใช้ได้อย่างสร้างสรรค์ทีเดียว สำหรับคนที่ชอบในการออกแบบผลงานศิลปะหรือการประยุกต์งานต่างๆลองช่วยในรการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะได้นะครับ เผื่อว่าจะเป็นผลงานที่ได้รับความนิยมก็ได้ครับ  (ข้อมูลศิลปะ)

ขอบคุณข้อมูลที่ดีจาก wikipedia.org

เครื่องประดับแห่งความหวัง งานศิลป์ซ่อนจิตวิทยา

วันนี้เรามีงานศิลปะที่มีความสวยงามและน่าหลงไหลกับการนำความรู้ด้านศิลปะมาช่วยในการออกแบบเครื่องประดับให้มีความสวยงามและน่าหลงไหล  ซึ่งเป็นความเชื่อเกี่ยวกับโชคลาภที่คนไทยได้มีความเชื่อในด้านนี้อยู่แล้ว ซึ่งที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครเราอาจจะเห็นร้านเครื่องประดับร้านหนึ่งที่มีการนำเสนอสิ่งที่เป็นจุดเด่นของร้านนี้คือ เครื่องประดับเพชรที่เอาไว้ใส่เพื่อเป็นตัวแทนของความหวังและกำลังใจ ร้านเครื่องประดับร้านนี้คือ MON CHERซึ่งมีการนำความรู้ของตัวเองทีมีอยู่คือการเป็นหมอดูอยู่แล้วมาช่วยในการออกแบบเครื่องประดับ ซึ่งสร้างความแปลกใหม่และเป็นจุดสนใจของผู้คนที่ไปเยี่ยมชมหอศิลปวัฒนธรรมได้มากเลยทีเดียว ซึ่งเจ้าของร้านนี้ได้กล่าวว่า ในช่วงที่คนเราท้อแท้ บางที่ก็ต้องหาสิ่งที่จะมาช่วยในการกระตุ้นหรือจุดไฟในตัวเราให้กลับมาลุกขึ้นเพื่อสู้กับปัญหาอีกครั้งทางร้านจึงได้มีการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะที่เป็นเครื่องประดับ โดยการนำความรู้ด้านหมอดู โดยมีการนำ ชื่อ วันเดือนปีเกิด ของคนที่ต้องการจะสั่งเครืองประดับจากทางร้าน เพื่อดูว่าจะต้องใช้เครื่องประดับแบบไหนจึงจะเหมาะ เพื่อเป็นการสร้างกำลังใจและความหวังให้กับผู้ที่เครื่องประดับนั่นเองครับ  ซึ่งจะว่าไปแล้วก็เหมือนการดูดวงหรือว่าฮวงจุ้ย และมีการหาสิ่งต่างๆมาเป็นการแก้เคล็ดหรือว่าป้องกันในสิ่งที่ไม่ดีนั่นเองครับ ซึ่งจากการที่ลูกค้าที่ชอบผลงานและมีการทดลองใช้เครื่องประดับเหล่านี้ 70 % บอกว่าได้ผลดี ช่วยได้เยอะในต่อสู้กับปัญหาต่างๆ ซึ่งสิ่งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความเชื่อของแต่ละคนที่ไม่เหมือนกันั่นเองครับ ซึ่งผลงานของเขายังมีการรับประกันเพื่อเป็นเครื่องหมายในการการันตีผลงานเครื่องประดับของเขา หลายคนอาจจะมองว่านี่อาจจะเป็นร้านเครื่องประดับที่หเมือนกับร้านอื่นทั่วไป แต่เจ้าของร้านนี้ได้บอกว่า นี่คืองานศิลปะที่เราได้คิดและสร้างสรรค์มันออกมา ร้าน MON CHER จึงได้มาแสดงและตั้งอยู่ภายในหอศิลป์นั้นเองครับ สำหรับคนไหนที่อยากจะแวะไปชมผลงานศิลปะในด้านนี้ก็ลองแวะไปดูกันได้ครับ เผื่อว่าคุณอาจจะชอบก็ได้  (ข้อมูลศิลปะ)

ขอบคุณข้อมูลที่ดีจาก matichom.co.th

การวาดภาพจากจินตนาการของเด็ก

จินตนาการของคนแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน ซึ่งจินตนาการนี้เองเป็นสิ่งที่ดีในการสร้างสรรค์และออกแบบผลงานทางด้านศิลปะ ซึ่งเด็กหลายคนได้วาดภาพเป็นรูปต่างๆตามที่ตัวเองจินตนาการและตามความคิดของเด็ก จะเป็นผลดีที่จะทำให้ได้เด็กได้รู้จักคิดเองและเรียนรู้เอง โดยที่เราไม่ต้องไปกำหนดหัวข้อว่าจะต้องวาดรูปตามนี้นะหรือตามรูปนั้นนะ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะส่งผลเสียต่อเด็กในทางอ้อมคือการจำกัดความคิดของเด็กๆนั่นเองครับ

แน่นอนครับว่าวัยเด็กเป็นวัยที่ต้องการเรียนรู้  การที่ให้เด็กได้เรียนรู้จากจินตนาการของตัวเด็กเองนั้นเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่จะทำให้เด็กได้กล้าคิดและเป็นการบริหารสมองของเด็กไปอีกทางด้วย  การฝึกหัดให้เด็กวาดภาพที่มีการระบายสีหรือการวาดภาพต่างๆจะทำให้เขาได้แสดงออกถึงจินตนาการและความคิดของเขาได้เต็มที่ซึ่งผู้ใหญ่อย่างเราไม่ควรที่จะคาดหวังอะไรมากกับผลงานศิลปะที่เด็กวาดออกมา  การวาดภาพจากจินตนาการของเด็กเองเป็นการฝึกลักษณะนิสัยของพวกเขาออกมาและส่งผลต่อสมองที่ได้ผลมาก มันเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการสร้างความฉลาด เพราะมันเป็นการสร้างทักษะในการกล้าคิดกล้าตัดสินใจในการใช้ชีวิตเมื่อโตขั้นในสังคม และยังช่วยให้การเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ที่จำเป็นในอนาคตง่ายขึ้นด้วย ขณะที่วาดภาพจากจินตนาการบนกระดาษเด็กๆได้มีการฝึกการวางแผนไปในตัวด้วย ว่าเขาจะต้องว่าสิ่งไหนก่อนและสิ่งไหนต้องวาดทีหลังจึงจะได้ภาพที่ต้องการออกมา เมื่อสมองได้ถูกฝึกหรือใช้งานอยู่ตลอดเวลา ก็จะทำให้สมองมีการตัดสินใจที่ไวและพร้อมที่จะเรียนรู้เรื่องราวต่างๆอีกมากมาย จึงกล่าวได้ว่าการหัดให้เด็กได้เรียนศิลปะและให้เขาวาดภาพตามจินตนาการของเด็กนั้น จะช่วยให้พวกเขากล้าคิดและกล้าทำตามจินตาการ ซึ่งไม่แน่อาจจะมีศิลปินหน้าใหม่ที่มีผลงานศิลปะที่ออกแบบมาไม่ซ้ำใครก็ได้ครับ  (ข้อมูลศิลปะ)

ขอบคุณข้อมูลที่ดีจาก thaiartstudio.com

พิพิธภัณฑ์ศิลปะนกฮูก 

งานศิลปะแต่ละอย่างล้วนมีเอกลักษณ์ในตัวของมันเอง ซึ่งการที่จะสร้างสรรค์ผลงานทางด้านศิลปะออกมาได้นั้นจะต้องใช้ไอเดียที่มีอยู่รวมทั้งจินตนาการที่สูงด้วยในการออกแบบผลงานศิลปะ วันนี้เรามีงานศิลปะที่สร้างมาจากจินตนการจากสิ่งมีชีวิตมาสร้างเป็นผลงานศิลปะที่สวยงาม และน่าใช้สอยในการนำไปเป็นเครื่องประดับบ้านให้สวยงาม ผลงานศิลปะสิ่งนี้คือ ศิลปะนกฮูก ซึ่งงานชิ้นนี้เป็นการสร้างสรรค์ผลงานที่เกี่ยวกับนกฮูกหมดทั้งสิ้น มีทั้งแบบใช้สอยได้ และ แบบที่เป็นเครื่องประดับสวยงามก็มี ซึ่งงานศิลปะนกฮูกนี้ได้เก็บและตั้งโชว์ที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะนกฮูก นั่นเอง  มาดูกันว่าพิพิธภัณฑ์ศิลปะนกฮูกมีความเป็ฯมาและตั้งอยู่ที่ไหนกันครับ

สำหรับพิพิธภัณฑ์ศิลปะนกฮูกเป็นแหล่งท่องเที่ยวและศูนย์การเรียนรู้แห่งใหม่ของอำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม เป็นสถานที่รวบรวมผลงานศิลปะและการออกแบบ ที่มีรูปแบบและแรงบันดาลใจจากนกฮูก โดยมีการจัดวางผลงานให้ได้ศึกษาเพลิดเพลินไปกับชิ้นงานที่ทำจากวัสดุต่าง ๆ มากถึง 20 ประเภท แต่ละชิ้นมีรูปร่าง รูปทรง สีสัน แตกต่างกันมากมายนับพันชิ้น ซึ่งมาจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ ฮูกแต่ละชิ้นจะเป็นตัวบอกเล่าเรื่องราวและเนื้อหาอันมีคุณค่าที่แฝงไปด้วยภูมิปัญญาของผู้สร้างสรรค์ และมีความงามทางด้านศิลปะ ให้ผู้เข้าชมได้ศึกษาเพลิดเพลิน กระตุ้นจินตนาการ ก่อให้เกิดพลังสร้างสรรค์แก่ผู้ชม ทั้งเด็กและผู้ใหญ่รวมทั้งผู้ค้นหาแรงบันดาลใจในการทำงาน ผู้ก่อตั้งพิพิธภัณฑ์ศิลปะนกฮูก คือ รองศาสตราจารย์ปรีชา ปั้นกล่ำ อาจารย์ประจำภาควิชาประยุกต์ศิลปศึกษา คณะมัณฑณศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร โดยเริ่มเปิดดำเนินการอย่างไม่เป็นทางการ ตั้งแต่วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2555 เป็นต้นมา และเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 27 เมษายน 2555 ที่ผ่านมา  สำหรับท่านใดที่สนใจและอยากจะชมความงามของศิลปะนกฮูกสามารถแวะไปเยี่ยมชมผลงานคนไทยได้นะครับไม่ใกล้ไม่ไกล   (ข้อมูลศิลปะ)

ขอบคุณข้อมูลที่ดีจาก bloggang.com

 

ศิลปะการแสดงกายกรรม

การแสดงที่มีความสวยงามในท่วงท่าและลีลาที่น่าหวาดเสียวอีกอย่างก็คือการแสดงกายกรรม ซึ่งกายกรรมเป็นศิลปะการแสดงออกทางร่างกายที่ถ่ายทอดออกมาตามท่าทางต่างๆที่ผาดโผน เพื่อให้ผู้ชมรู้สึกคล้อยตามและลุ้นไปตลอดเวล ซึ่งศิลปะกายกรรมมีต้นกำเนิดมาจากประเทศจีน และในปัจจุบันก็มีคนที่สนใจนำศิลปะการแสดงแขนงนี้มาฝึกหัดลองเล่นกันดู ส่วนใหญ่แล้วก็จะมีโรงเรียนที่เปิดสอนกายกรรมโดยตรง เพราะว่าจะมีความปลอดภัยมากว่ามาฝึกเองและมีอุปกรณ์ที่อำนวยความสะดวกที่ดี ซึ่งการแสดงกายกรรมนั้นจะต้องมีการฝึกหัดตั้งแต่เด็ก หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมจะต้องฝึกตั้งแต่เด็ก เพราะว่าร่างกายของเด็กมีร่างกายที่อ่อนโยนเหมาะแก่การฝึกลีลาและท่าทางต่างๆนั่นเองครับ

ศิลปะการแสดงกายกรรม เป็นการแสดงผาดโผนที่อาศัยความสมดุล ความคล่องแคล่ว และการประสานกายกันของส่วนต่าง ๆ ในร่างกาย เช่น ศิลปะการกระโดด หกคะเมนตีลังกาและทรงตัว มีมาแต่โบราณ เช่น ในงานพิธีต่างๆ สมัยอียิปต์และกรีกสามารถพบได้ในศิลปะการแสดงหลายประเภท รวมถึงในกีฬาหลายประเภท การแสดงกายกรรมมักเกี่ยวข้องกับองค์ประกอบของยิมนาสติก อย่างเช่น อะโครแดนซ์ละครสัตว์ และยิมนาสติก เอง หรือในกีฬาหลายชนิดก็มี เช่น บัลเลต์ และการดำน้ำ ถึงแม้ว่ากายกรรมจะเกี่ยวข้องกับการแสดงร่างกายของมนุษย์ แต่ก็มีการแสดงประเภทอื่นด้วย เช่น กายกรรมกลางอากาศ ทุกวันนี้ได้มีการนำองค์ประกอบทางด้ายกายกรรมมาใช้กับการออกกำลังกายและการเล่นกีฬามากขึ้น สำหรับคนไหนที่สนใจหรือว่าหลงใหลในศิลปะการแสดงในกายกรรม ก็สามารถที่จะนำไปฝึกลองได้นะครับ สำหรับท่าพื้นฐาน แต่ถ้าอยากเล่นในท่าผาดโผนที่เป็นแบบท่าเบื้องสูงก็ต้องไปเรียนตามโรงเรียนสอนกายกรรมที่เปิดสอนจะดีกว่าครับ เพราะจะมีอุปกรณ์ที่ช่วยรักษาความปลอดภัยเราไม่ให้ได้รับอุบัติเหตุในระหว่างการฝึกซ้อมนั่นเองครับ   (ข้อมูลศิลปะ)

ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก wikipedia.org

ศิลปะสื่อผสม

ศิลปะสื่อผสม

คำว่า ศิลปะสื่อประสม หรือ ศิลปะสื่อผสม  หมายถึง ผลงานที่มนุษย์สร้างสรรค์ขึ้นโดยใช้เทคนิคและวิธีการของศิลปะทางด้านทัศนศิลป์หลาย ๆ แขวงมาผสมผสานทำให้เกิดผลงานที่อยู่ในชิ้นเดียวกัน เน้นหลักการจัดองค์ประกอบศิลป์ แสดงออกถึงอารมณ์สะเทือนใจของผู้สร้าง ซึ่งวัสดุที่ใช้ในการสร้างผลงานสื่อผสมสามารถหาได้จากวัสดุธรรมชาติ เช่น วัสดุจากพืช สัตว์ และแร่  วัสดุสังเคราะห์ เช่น กระดาษ โลหะ เป็นต้น

ซึ่งนิยามของคำว่าศิลปะนั้นเป็นการนำสิ่งที่มีอยู่มาประยุกต์ผสมผสานกันเพื่อให้เกิดเป็นผลงานทางด้านศิลปะที่มีรูปแบบออกมาเป็นรูปเป็นร่างเพื่อให้คนดูได้สามารถรับรู้ถึงความหมายของผลงานศิลปะที่เราสร้างขึ้นมานั่นเองครับ ซึ่งการถ่ายทอดเรื่องราวหรือว่าการเล่าเรื่องเหตุการณ์ต่างๆนั้น ถ้าเราสามารถถ่ายทอดเรื่องราวเป็นแบบสามมิติได้ ก็จะทำให้ผู้ที่ชมผลงานนั้นสามารถที่จะซึมซับข้อมูลได้เร็วขึ้นและได้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างเรื่องเล่ากับเหตุการณ์ที่เป็นจริง ซึ่งด้วยเหตุนี้จึงได้มีการนำความรู้ทางด้านศิลปะแขนงต่างๆมาผสมกันจนเรียกว่า ศิลปะสื่อผสม ซึ่ง สื่อผสม เป็นผลงานศิลปะในด้านวิจิตรศิลป์ ในการนำสื่อมากกว่าสองสื่อ หรือศิลปะมากกว่าสองแขนงมารวมกันขึ้นไปมาสร้างเป็นงานชิ้นเดียวกัน โดยนิยมใช้สื่อที่แตกต่างกัน มานำจุดเด่นของแต่ละสื่อมาใช้ร่วมกัน เช่นการสร้างภาพชุดชีวิตของนักบุญฟรานซิสแห่งอาซิซิในชาเปลต่างๆ ที่ภูเขาศักดิ์สิทธิ์แห่งพีดมอนต์และลอมบาร์ดีทางตอนเหนือของประเทศอิตาลีที่ใช้ทั้งประติมากรรมและจิตรกรรมมาผสมผสานเข้าเป็นการงานชิ้นเดียวกัน ที่ทำให้เป็นงานที่มีลักษณะเป็นสามมิติ ซึ่งในภาพสามมิตินี่เองที่สามารถมองได้หลายมุมมอง ทั้งได้เห็นส่วนลึกส่วนเว้านั่นเองครับ   ซึ่งนักออกแบบหลายๆท่านได้พยายามศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับศิลปะสื่อผสมเพื่อที่จะนำมาออกแบบผลงานของตัวเองให้มีจุดเด่นและดึงดูดคนดูให้มีความน่าสนใจในผลงานของเขาให้มากที่สุด  ปัจจุบันนี้ศิลปะทางด้านสื่อผสมมีการนำแนวความคิดทางด้านนี้มาใช้กันมากในด้านธุรกิจ เพราะสามารถที่จะผลิตผลงานสามมิติออกมาดึงดูดคนดูนั้นเอง ซึ่งที่เราเห็นการโดยส่วนใหญ่ทุกวันนี้ก็อย่างเช่น ภาพยนตร์ 3 มิติ ทั้งหลายนั่นเองครับ  (ข้อมูลศิลปะ)

ขอบคุณข้อมูลที่ดีจาก wikipedia.org

ภาพวาดการเจรจา

ภาพวาดการเจรจา

ภาพวาดศิลปะนั้นบางอาจจะมีความหมายที่ซับซ้อนในตัวของมัน ซึ่งถ้าเราไม่ได้ศึกษาข้อมูลและความหมายของภาพนั้นอย่างแท้จริงเราก็จะไม่รู้รับรู้ความหมายของภาพวาดชิ้นนั้นที่ผู้วาดภาพต้องการจะสื่อถึงนั่นเอง และอาจจะทำให้เข้าใจความหายของภาพนั้นผิดเพี้ยนไปอีกด้วย สำหรับวันนี้เรามางานศิลปะภาพวาดงานนี้มาฝากครับ ซึ่งถ้าเรามองแค่ผ่านๆก็อาจจะทำให้เข้าใจความหายของภาพผิดไปด้วยก็ได้ งานศิลปะชิ้นนี้คือ ภาพวาดการเจรจา นั่นเองครับ เรามาดูว่าความหมายของภาพนี้แท้จริงแล้วหมายถึงสิ่งใด

สำหรับภาพ การเจรจา เป็นภาพเขียนสีน้ำมันที่เขียนโดยเจอราร์ด เทอร์บอร์คจิตรกรคนสำคัญชาวดัตช์ของสมัยยุคทองของเนเธอร์แลนด์ ที่ปัจจุบันตั้งแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์แห่งชาติแห่งอัมสเตอร์ดัมในประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งความหมายของ ภาพ การเจรจา  ถ้าเรามองแค่ผ่านๆ เราอาจจะนึกว่าเป็นแค่การพูดคุยกันธรรมดาทั่วไป แต่ว่า คนที่วาดภาพชิ้นผู้วาดกับต้องการที่จะสื่อให้เห็นว่า ในภาพ เป็นภาพของพ่อที่กำลังดุลูกสาว แต่นักประวัติศาสตร์ศิลป์สมัยใหม่มีความเห็นว่าเป็นภาพการต่อรองระหว่างคู่รักสองคน ที่อาจจะเกี่ยวกับการหมั้นหมาย หรือ ที่น่าจะมีเหตุผลที่สุดคือเป็นภาพของลูกค้าต่อรองกับโสเภณีในสถานที่สำหรับทำการค้าประเวณี นั่นเอง ในภาพนี้มาการใส่เนื้อหาของภาพเป็นชายที่กำลังเจรจากับหญิงสาว ผู้ที่แต่งตัวอย่างงดงามด้วยผ้าซาตินสีเงินที่จุดที่ดึงดูดสายตาของผู้ชมภาพทันทีที่ได้เห็น ขณะที่ชายผู้ต่อรองแต่งตัวด้วยเครื่องแบบทหารถือหมวกอย่างดีไว้บนตัก ข้างชายเป็นหญิงสูงอายุผู้กำลังดื่มไวน์ และดูเหมือนจะไม่มีความสนใจในการเจรจาที่เกิดขึ้น ด้านหลังเก้าอี้ของฝ่ายชายมีหมามอมแมม และในฉากหลังมีเตียงใหญ่ สำหรับคนที่อยากจะชมความงดงามและความมหายของภาพวาดสีน้ำมันชิ้นนี้ สามารถไปดูได้ที่ พิพิธภัณฑ์แห่งชาติแห่งอัมสเตอร์ดัมในประเทศเนเธอร์แลนด์ นะครับ  (ข้อมูลศิลปะ)

ขอบคุณข้อมูลที่ดีจาก wikipedia.org

ภาพวาด อาร์เทมิเซีย

การศึกษาข้อมูลทางด้านประวัติศาสตร์นั้นเป็นสิ่งที่ยากนักสำหรับคนที่สนใจในด้านนี้ เพราะว่าบางทีถ้าได้รับข้อมูลหรือว่าศึกษาข้อมูลทางประวัติศาสตร์แบบผิดๆ ก็อาจจะทำให้การนำเสนอข้อมูลนั้นผิดพลาดไปด้วย ดังนั้นนักประวัติศาสตร์จึงเลือกภาพวาดที่เป็นเหตุการณ์ในสมัยก่อนมาเป็นตัวช่วยในการศึกษาข้อมูลปประวัติศาสตร์ด้วย เพื่อให้ข้อมูลที่ได้นั้นมีความแม่นยำมากที่สุด สำหรับวันนี้เรามีภาพวาดอีกหนึ่งภาพที่เป็นการบอกเล่าเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ได้เป็นอย่างดีครับ งานศิลปะชิ้นนี้ คือ ภาพวาด อาร์เทมิเซีย

สำหรับ ภาพวาด อาร์เทมิเซีย  เป็นจิตรกรรมสีน้ำมันที่เขียนโดยแรมบรังด์จิตรกรคนสำคัญชาวดัตช์ของยุคทองของเนเธอร์แลนด์ของคริสต์ศตวรรษที่ 17 ซึ่งยุคนี้เป็นยุคที่ศิลปะมีความเจริญรุ่งเรืองมากและมีจิตรกรหลายคนที่ได้สร้างสรรค์ผลงานภาพวาดและงานศิลปะทางด้านสถาปัตยกรรมที่มากมาย สำหรับภาพวาด อาร์เทมิเซีย ปัจจุบันตั้งแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ปราโด มาดริดในประเทศสเปน ซึ่งประวัติความเป็นมาของภาพ อาร์เทมิเซีย ที่แรมบรังด์เขียนในปี ค.ศ. 1634 แต่ว่าความหมายของภาพนี้ยังไม่ทราบอย่างแน่นอนถึงเนื้อหา ซึ่งนักวิจารณ์ทางประวัติศาสตร์หลายๆคน ต่างก็วิจารณ์กันว่าในภาพเป็นหญิงสาวที่กล่าวว่าอาจจะเป็น อาร์เทมิเซีย หรือพระราชินีโดยทั่วไปจากเครื่องทรงและเครื่องตกแต่งอันมีค่าบนร่างกาย ผู้กำลังจะรับถ้วยจากสาวใช้ แต่ถึงแม้ว่าความหมายที่แท้จริงของภาพนี้จะยังสรุปเป็นที่แน่นอนไม่ได้ว่าคนที่วาดภาพชิ้นนี้เขาต้องการให้ความหมายของภาพเป็นแบบไหนก็ตาม แต่ว่าภาพวาดชิ้นนี้ก็มีความสวยงามมาก ทั้งการร่างแบบและลงสี เหมาะแก่การนำภาพนีไปประดับบ้านหรืออาคารสถานที่ที่สำคัญ สำหรับคนไหนที่อยากจะชมความงดงามของงานศิลปะภาพวาดชิ้นนี้ และผลงานศิลปะภาพวาดชิ้นอื่นๆของแรมบรังด์สามารถไปดูความงดงามของภาพนี้ได้ที่ พิพิธภัณฑ์ปราโด มาดริดในประเทศสเปน ครับ  (ข้อมูลศิลปะ)

ขอบคุณข้อมูลที่ดีจาก wikipedia.org

 

ภาพวาดโอฟีเลีย

ภาพวาดโอฟีเลีย

เรื่องราวของคนสำคัญกับงานศิลปะนั้นมีส่วนที่สอดคล้องกันครับ ซึ่งบุคคลหรือว่าตัวละครที่สำคัญส่วนใหญ่ก็จะต้องมีรูปภาพของตัวเองเพื่อเป็นตัวแทนหรือเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง ซึ่งแน่นอนครับว่า จะต้องจ้างจิตรกรหรือที่เรารู้กันว่านักวาดภาพมาวาด ซึ่งภาพวาดของบุคคลเหล่านี้นี่เองที่มีส่วนสำคัญในการศึกษาข้อมูลทางประวัติศาสตร์ ซึ่งจะมีประโยชน์อย่างมากครับสำหรับคนรุ่นหลัง สำหรับวันนี้ผมมีภาพวาดศิลปะที่สำคัญอีกภาพมาแนะนำให้ได้รู้จักกันครับ งานศิลปะชิ้นนี้มีชื่อว่า โอฟีเลีย ครับ

สำหรับเรื่องราวของความเป็นมาของภาพนี้นั้นโอฟีเลีย เป็นภาพเขียนสีน้ำมันที่เขียนโดยจอห์น เอเวอเรทท์ มิเลส์จิตรกรสมัยพรีราฟาเอลไลท์ชาวอังกฤษ ที่ปัจจุบันตั้งแสดงอยู่ที่หอศิลป์เททบริเตนใน กรุงลอนดอนในอังกฤษ ซึ่งจอห์น เอเวอเรทท์ มิเลส์เขียนภาพ โอฟีเลีย ระหว่างปี ค.ศ. 1851 ถึงปี ค.ศ. 1852 เป็นภาพของตัวละครโอฟีเลียในบทละคร แฮมเลต โดยวิลเลียม เช็คสเปียร์ ขณะที่ร้องเพลงก่อนที่จะจมน้ำตายในลำแม่น้ำในเดนมาร์ก ซึ่งท่านอนของโอฟีเลียหงายแขนและมือที่กางออกไปเล็กน้อยและมองลอยขึ้นไปเป็นท่าเดียวกับภาพพจน์ของธรรมเนียมการเขียนภาพนักบุญหรือผู้พลีชีพเพื่อศาสนา แต่ในขณะเดียวกันก็ตีความหมายได้ว่าเป็นภาพที่ทำให้ผู้ชมตื่นอารมณ์ ซึ่งภาพเขียนมีชื่อในด้านการวาดรายละเอียดของพืชพันธุ์ริมแม่น้ำและบรรยากาศริมฝั่งแม่น้ำที่เน้นวัฏจักรของการหมุนเวียนของชีวิตที่เริ่มด้วยการเจริญเติบโตไปจนถึงการเสื่อมโทรม แม้ว่าภาพตั้งใจจะให้เป็นเดนมาร์กแต่ภูมิทัศน์ของภาพกลายมาเป็นภาพพจน์ของภูมิทัศน์แบบอังกฤษ ภาพ โอฟีเลีย เขียนริมฝั่งแม่น้ำฮอกสมิลล์ในเซอร์รีย์ไม่ไกลจากโทลเวิร์ธในบริเวณนครลอนดอนและปริมณฑล   สำหรับท่านใดที่อยากจะชมความงดงามของภาพวาดโอลิเฟีย สามารถไปดูผลงานศิลปะชิ้นนี้ ปัจจุบันตั้งแสดงอยู่ที่ หอศิลป์เททบริเตนใน กรุงลอนดอนในประเทศอังกฤษ นะครับ  (ข้อมูลศิลปะ)

ขอบคุณข้อมูลที่ดีจาก wikipedia.org